Tag: โควิด-19

คนใกล้ชิดแห่อาลัย พี่นุ ผู้จัดการชุดรปภ.สถานบันเทิงชื่อดัง เสียชีวิตจากโควิด-19

คนใกล้ชิดแห่อาลัย พี่นุ ผู้จัดการชุดรปภ.สถานบันเทิงชื่อดัง เสียชีวิตจากโควิด-19 

คนรู้จักแห่แสดงความอาลัย “พี่นุ” ผู้จัดการชุดรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านสุขุมวิท 11 เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ว่า ซึ่งวันนี้ (24 มี.ค.) พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 106 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 827 ราย และมีเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 4 ราย

ล่าสุด (24 มี.ค.) เฟซบุ๊กของนายวิษนุ หรือ พี่นุ ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 พบว่า มีคนเข้ามาแสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดย นายวิษนุ เป็นผู้จัดการชุดรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านสุขุมวิท 11 ร่วมถึงทำงานที่สถานบันเทิงชื่อดังมาหลายแห่ง จึงเป็นที่รักและเป็นที่รู้จักของคนเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบว่า นายวิษนุ หรือ พี่นุ อายุ 45 ปี มีประวัติโรคเบาหวาน และต้องทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะเสียชีวิตในกลางดึกวันที่ 23 มี.ค. หลังจากวันเกิดของตัวเองเพียง 1 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ ครอบครัวตัดสินใจไม่จัดให้มีการสวดอภิธรรมศพ นายวิษนุ หรือ พี่นุ แต่ยังมีงานฌาปนกิจในวันที่ 25 มี.ค. ที่วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ หมู่ 2 ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น.

ขอบคุณที่มา : sanook

ตำรวจ บช.น.ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 9 นาย รอง ผกก.เตาปูน ติดด้วย

ตำรวจ บช.น.ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 9 นาย รอง ผกก.เตาปูน ติดด้วย 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีมาตรการปิดสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 14 วัน ว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานบริการ สถานบันเทิง ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีใครฝ่าฝืนมาตรการของรัฐบาล โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ยังคงมีมาตรการกวดขันเข้มข้นไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งจะครบ 14 วัน ตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นชอบให้ผู้ประกอบการปิดสถานบันเทิง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 9 นาย โดยรายล่าสุดเพิ่งได้รับรายงานว่า เป็นตำรวจในสังกัด สน.เตาปูน ตำแหน่งรองผู้กำกับการ

ส่วนนายตำรวจติดตามนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีการระบุว่าติดเชื้อโควิด-19 นั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ

ขอบคุณที่มา : sanook

บริษัทเอกชน ผนึกกำลัง! ซื้อประกันโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์กว่า 5 หมื่นคน

บริษัทเอกชน ผนึกกำลัง! ซื้อประกันโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์กว่า 5 หมื่นคน 

4 กลุ่มบริษัทเอกชน มอบกรมธรรม์ประกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แพทย์, พยาบาล , บุคลากรทางการแพทย์ กว่า 50,000 คน ทั่วประเทศ

รวมพลังคนไทย 4 กลุ่มบริษัทเอกชน ได้แก่ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา, กลุ่มบริษัท ช. การช่าง และ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ Energy Absolute ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ซื้อประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จาก บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้แก่แพทย์พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 50,000 กรมธรรม์ ทุนประกันรวม 26,000,000,000 บาท โดยมี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับรายละเอียดของประกันไวรัสโคโรนา ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และพยาบาลติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินทันที 20,000 บาท ถ้าผู้ป่วยมีอาการโคม่าจะมอบเพิ่มเติม 500,000 บาท ในกรณีพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินชดเชยรายได้ 500 บาทต่อวัน (สูงสุด 7,500 บาท) โดยกรมธรรม์มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

นอกจากนั้น บริษัท เมืองไทยประกันภัย ยังร่วมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่มีรายชื่อทั้ง 50,000 ท่าน โดยมอบกรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคลฟรี (กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ) โดยให้วงเงินคุ้มครอง 100,000 บาทต่อคน มูลค่าทุนประกันรวม 5,000,000,000 บาท โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือน

โดยผู้แทนของทั้ง 4 กลุ่มบริษัทเอกชน (สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา, กลุ่มบริษัท ช. การช่าง และ Energy Absolute) กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกๆ ที่คนไทยได้ทราบข่าวของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มีผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มคนสำคัญที่ทำงานหนักแข่งกับเวลามาตลอดคือ บุคลากรทางการแพทย์ ที่เปรียบได้กับนักรบด่านหน้าของเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านจะทราบถึงวิธีการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี แต่การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ขอบคุณที่มา : sanook

บิ๊กตู่ ลั่น “ประเทศไทยต้องชนะ” วิกฤติโควิด-19 วอนประชาชนอย่าตระหนก หยุดแชร์ข่าวปลอม

บิ๊กตู่ ลั่น “ประเทศไทยต้องชนะ” วิกฤติโควิด-19 วอนประชาชนอย่าตระหนก หยุดแชร์ข่าวปลอม 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) กับประชาชนคนไทย ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สวัสดีครับประชาชนชาวไทยทุกท่าน

​การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2562 จนถึงวันนี้ 16 มีนาคม 2563 มีการระบาดไปแล้วถึง 154 ประเทศ มีจำนวนผู้ป่วยรวม 167,543 รายทั่วโลก และประเทศไทยเองจนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อแล้ว 146 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38 ราย เสียชีวิต 1 ราย และยังไม่พบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ช่วงที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยสามารถชะลอการแพร่กระจายของโรคได้ดี ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่การระบาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก และเป็นช่วงที่มีจำนวนผู้ป่วยเกิดขึ้นมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ประชาชนย่อมมีความกังวล บางท่านอาจจะรู้สึกกลัวการติดเชื้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมีการเสนอข่าวการแพร่ระบาดและผู้เสียชีวิตในต่างประเทศจำนวนมาก รวมถึงมีข่าวสารมากมายที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง ได้ส่งถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ในข่าวสารเหล่านั้นบางส่วนก็ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความตระหนกแตกตื่น เริ่มมีการกักตุนหน้ากากอนามัย และสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งไม่มีความจำเป็น

ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมขอย้ำว่ารัฐบาลไทยไม่เคยนิ่งนอนใจ จนถึงวันนี้ รัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ร่วมมือร่วมใจทำงาน ในการคัดกรองผู้ป่วยตามมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ มีการจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล และเวชภัณฑ์ทั่วประเทศ อย่างเพียงพอเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อและสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมถือว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขคือหัวใจสำคัญในการควบคุมการระบาดและรักษาโรค รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนและดูแลอย่างเต็มที่ทั้งอุปกรณ์ ความปลอดภัย และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

องค์การอนามัยโลกประเมินว่าการระบาดของโรคโควิด-19 จะเป็นการระบาดเป็นวงกว้าง โดยคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อ โดยงดกิจกรรมในสถานที่ที่มีการชุมนุมจำนวนมาก ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานบันเทิง สนามกีฬา และสถานศึกษา ยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มข้น

ขอบคุณที่มา : sanook

อนุทิน เสนอสั่งปิดผับทั่วประเทศ ป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด ย้ำยังไม่เข้าระยะ 3

อนุทิน เสนอสั่งปิดผับทั่วประเทศ ป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด ย้ำยังไม่เข้าระยะ 3 

“อนุทิน” เตรียมเสนอคณะกรรมการโควิด-19 ออกคำสั่งปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสร้ายแบบกลุ่มก้อน

(14 มี.ค.63) นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้เตรียมเสนอมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อคณะกรรมการโควิด-19 แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. ทั้งการประกาศพื้นที่เขตติดต่อโรคร้ายแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นมาตรการทำให้การแพร่เชื้อลดน้อยลงมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังเสนอห้ามไม่ให้ชุมนุม,การเดินทาง และสถานบริการ โดยเฉพาะการจัดงานสงกรานต์ปีนี้ก็คงต้องเงียบและข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุขต้องเสียสละและสแตนด์บายเพื่อดูแลประชาชนมีภาวะติดเชื้อรวมทั้งงดกิจกรรมสันทนาการ กีฬา ดนตรี ผับ บาร์ หรือแหล่งรวมตัวผู้คน เพราะต้องยึดถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

นายอนุทินกล่าวว่า ระยะนี้คงมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดสถานบริการเช่น ผับ บาร์ ซึ่งผู้ป่วยที่มีไม่กี่คน ทำให้ต้องไปติดตามผู้เสี่ยงติดโรคกว่า 100 คน นำมาสืบสวนโรค เพื่อหยุดการระบาดของโรค จึงจำเป็นต้องปิด ผับ บาร์ เพราะได้ขอความร่วมมือไปแล้วแต่ก็ยังไปเที่ยวกันอย่างเต็มที่ จนทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วประเทศเพราะฉะนั้นจะต้องบังคับใช้

“เราจะสั่งปิดจนกว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้น เพราะปัญหาเกิดจากคนดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ถ้าใครจะด่าที่ทำให้อดเที่ยว ก็ต้องไปโทษกลุ่มคนพวกนี้” นายอนุทิน กล่าว

สำหรับมาตรการงดเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น หากมาจากประเทศที่ไทยประกาศว่าเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ต้องเข้ากระบวนการกักโรค 14 วัน ไม่ข้อยกเว้น หากไม่มีใบรับรองแพทย์สายการบินก็ไม่สามารถออกบอร์ดดิ้งพาสได้ และถ้ามาต่อเครื่องจะส่งกลับทันที

ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการนี้ได้ผลมากและได้ส่งผู้โดยสารกลับไปหลายคนแล้ว โดยในวันนี้ส่งกลับไปแล้ว 60 คน รวมทั้งควบคุมไม่ให้เดินไปช้อปปิ้ง ยืนยันว่าช่วงนี้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าขณะนี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ที่ต้องดำเนินการมาตรการเข้มข้นเนื่องจากไม่ต้องการให้คนไทยต้องเจอเหตุการณ์แบบยุโรป และป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วยจนไปถึงสถานการณ์ที่ต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่หรือใครตาย

ขอบคุณที่มา : sanook