Category Archives: ข่าวในประเทศ

เอเรดิวิซี

สิ้นสุดฤดูกาลแล้ว เอเรดิวิซี จะไม่มีการตกชั้นแล้วก็การแข่งขัน

เอเรดิวิซี ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์

เอเรดิวิซี ลีกชาวฮอลแลนด์ตัดสินใจสิ้นสุดฤดูกาลหนี้แบบไม่มีทีมแชมป์รวมทั้งกลุ่มตกชั้น ภายหลังมีคำสั่งจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ห้ามจัดอีเวนต์จนกระทั่ง 1 เดือนกันยายน
ศึกเอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ ตกลงใจสิ้นสุดฤดู 2019-2020 เป็นที่เป็นระเบียบ โดยจะไม่มีการมอบตำแหน่งแชมป์ รวมทั้งไม่มีทีมตกชั้นด้วย

รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ เพิ่งมีคำสั่งห้ามจัดอีเวนต์จนกระทั่งวันที่ 1 เดือนกันยายน จากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังน่าเป็นห่วง ซึ่งนำมาซึ่งการทำให้การแข่งขันชิงชัยฟุตบอลอาชีพในประเทศฤดูกาลนี้ จำต้องปิดฉากลงโดยปริยาย

เวลาเดียวกัน เอเรดิวิซียังตกลงใจไม่มอบแชมป์ให้ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อีกด้วย แม้ว่าจะนำจ่าฝูงอยู่จากการส่งผลต่างประตูได้เสียดีมากยิ่งกว่า อาแซด อัลค์มาร์ ซึ่งทั้งคู่ทีมมี 56 แต้มเสมอกัน หลังแข่งขันไปแล้ว 25 นัด…

คนใกล้ชิดแห่อาลัย

คนใกล้ชิดแห่อาลัย พี่นุ ผู้จัดการชุดรปภ.สถานบันเทิงชื่อดัง เสียชีวิตจากโควิด-19

คนใกล้ชิดแห่อาลัย พี่นุ ผู้จัดการชุดรปภ.สถานบันเทิงชื่อดัง เสียชีวิตจากโควิด-19 

คนรู้จักแห่แสดงความอาลัย “พี่นุ” ผู้จัดการชุดรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านสุขุมวิท 11 เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ว่า ซึ่งวันนี้ (24 มี.ค.) พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 106 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 827 ราย และมีเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 4 ราย

ล่าสุด (24 มี.ค.) เฟซบุ๊กของนายวิษนุ หรือ พี่นุ ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 พบว่า มีคนเข้ามาแสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดย นายวิษนุ เป็นผู้จัดการชุดรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านสุขุมวิท 11 ร่วมถึงทำงานที่สถานบันเทิงชื่อดังมาหลายแห่ง จึงเป็นที่รักและเป็นที่รู้จักของคนเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบว่า นายวิษนุ หรือ พี่นุ อายุ 45 ปี มีประวัติโรคเบาหวาน และต้องทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะเสียชีวิตในกลางดึกวันที่ 23 มี.ค. หลังจากวันเกิดของตัวเองเพียง 1 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ ครอบครัวตัดสินใจไม่จัดให้มีการสวดอภิธรรมศพ นายวิษนุ หรือ พี่นุ แต่ยังมีงานฌาปนกิจในวันที่ 25 มี.ค. ที่วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ หมู่ 2 ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น.

ขอบคุณที่มา : sanook

ตำรวจ

ตำรวจ บช.น.ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 9 นาย รอง ผกก.เตาปูน ติดด้วย

ตำรวจ บช.น.ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 9 นาย รอง ผกก.เตาปูน ติดด้วย 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีมาตรการปิดสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 14 วัน ว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานบริการ สถานบันเทิง ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีใครฝ่าฝืนมาตรการของรัฐบาล โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ยังคงมีมาตรการกวดขันเข้มข้นไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งจะครบ 14 วัน ตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นชอบให้ผู้ประกอบการปิดสถานบันเทิง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 9 นาย โดยรายล่าสุดเพิ่งได้รับรายงานว่า เป็นตำรวจในสังกัด สน.เตาปูน ตำแหน่งรองผู้กำกับการ

ส่วนนายตำรวจติดตามนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีการระบุว่าติดเชื้อโควิด-19 นั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ

ขอบคุณที่มา : sanook

บริษัทเอกชน

บริษัทเอกชน ผนึกกำลัง! ซื้อประกันโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์กว่า 5 หมื่นคน

บริษัทเอกชน ผนึกกำลัง! ซื้อประกันโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์กว่า 5 หมื่นคน 

4 กลุ่มบริษัทเอกชน มอบกรมธรรม์ประกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แพทย์, พยาบาล , บุคลากรทางการแพทย์ กว่า 50,000 คน ทั่วประเทศ

รวมพลังคนไทย 4 กลุ่มบริษัทเอกชน ได้แก่ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา, กลุ่มบริษัท ช. การช่าง และ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ Energy Absolute ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ซื้อประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จาก บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้แก่แพทย์พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 50,000 กรมธรรม์ ทุนประกันรวม 26,000,000,000 บาท โดยมี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับรายละเอียดของประกันไวรัสโคโรนา ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และพยาบาลติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินทันที 20,000 บาท ถ้าผู้ป่วยมีอาการโคม่าจะมอบเพิ่มเติม 500,000 บาท ในกรณีพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินชดเชยรายได้ 500 บาทต่อวัน (สูงสุด 7,500 บาท) โดยกรมธรรม์มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

นอกจากนั้น บริษัท เมืองไทยประกันภัย ยังร่วมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่มีรายชื่อทั้ง 50,000 ท่าน โดยมอบกรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคลฟรี (กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ) โดยให้วงเงินคุ้มครอง 100,000 บาทต่อคน มูลค่าทุนประกันรวม 5,000,000,000 บาท โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือน

โดยผู้แทนของทั้ง 4 กลุ่มบริษัทเอกชน (สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา, กลุ่มบริษัท ช. การช่าง และ Energy Absolute) กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกๆ ที่คนไทยได้ทราบข่าวของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มีผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มคนสำคัญที่ทำงานหนักแข่งกับเวลามาตลอดคือ บุคลากรทางการแพทย์ ที่เปรียบได้กับนักรบด่านหน้าของเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านจะทราบถึงวิธีการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี แต่การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ขอบคุณที่มา : sanook

ทลายเครือข่ายเฮโรอีนไทย

ทลายเครือข่ายเฮโรอีนไทย – เมียนมา ในสงขลา ยึดเฮโรอีน 42 กก. มูลค่า 16 ล้าน

ทลายเครือข่ายเฮโรอีนไทย – เมียนมา ในสงขลา ยึดเฮโรอีน 42 กก. มูลค่า 16 ล้าน 

ทลายเครือข่ายเฮโรอีนไทย วันนี้ (17 มี.ค.) ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา แถลงข่าวการจับกุมเฮโรอีนลอตใหญ่ลอตแรกของปีนี้

จำนวน 84 ถุง ถุงละ 500 กรัม รวมน้ำหนัก 42 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

 

หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา วางแผนล่อซื้อและขยายผลจับกุมได้พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน โดยเบื้องหลังของการจับกุมเฮโรอีนล๊อตใหญ่เริ่มจาก นายธรรมศักดิ์ ได้เสนอขายเฮโรอีน ให้กับสายลับครั้งละ 1 กิโลกรัม ซื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 4 แสนบาท

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายล่อซื้อเฮโรอีน นำหนัก 25 กรัม จากนายธรรมศักดิ์ และนัดส่งของกันที่บริเวณหน้าโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ ใน อ.จะนะ

จากการสอบสวน นายธรรมศักดิ์ ให้การซัดว่าเป็นเพียงคนส่งเฮโรอีน ส่วนเจ้าของที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่คือ นายอาซี และนายฟาริด สองพี่น้อง และยังมีเฮโรอีนอีกจำนวนมากที่รอส่งขายเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้าน ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา แต่พบเพียง นายฟาริด พร้อมเฮโรอีน 89 ถุง หนัก 42 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนไว้ในบ้าน ส่วน นายอาซี พี่ชายเจ้าหน้าที่ทราบว่าพักอยู่ในพื้นที่บ้านประกอบ อ.นาทวี แต่เมื่อไปค้นไหวตัวทันหลบหนีไปได้เพราะรู้ข่าวว่าน้องชายและลูกน้องถูกจับและสุดท้ายแล้ว นายอาซี ก็ยอมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดีเพราะสงสารน้องชาย โดยรับว่าเฮโรอีน ทั้งหมดเป็นของตนเพียงคนเดียว นำมาฝากไว้ให้น้องชายช่วยดูแลและขายเพื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ

ขอบคุณที่มา : sanook

บิ๊กตู่ ลั่น

บิ๊กตู่ ลั่น “ประเทศไทยต้องชนะ” วิกฤติโควิด-19 วอนประชาชนอย่าตระหนก หยุดแชร์ข่าวปลอม

บิ๊กตู่ ลั่น “ประเทศไทยต้องชนะ” วิกฤติโควิด-19 วอนประชาชนอย่าตระหนก หยุดแชร์ข่าวปลอม 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) กับประชาชนคนไทย ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สวัสดีครับประชาชนชาวไทยทุกท่าน

​การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2562 จนถึงวันนี้ 16 มีนาคม 2563 มีการระบาดไปแล้วถึง 154 ประเทศ มีจำนวนผู้ป่วยรวม 167,543 รายทั่วโลก และประเทศไทยเองจนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อแล้ว 146 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38 ราย เสียชีวิต 1 ราย และยังไม่พบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ช่วงที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยสามารถชะลอการแพร่กระจายของโรคได้ดี ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่การระบาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก และเป็นช่วงที่มีจำนวนผู้ป่วยเกิดขึ้นมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ประชาชนย่อมมีความกังวล บางท่านอาจจะรู้สึกกลัวการติดเชื้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมีการเสนอข่าวการแพร่ระบาดและผู้เสียชีวิตในต่างประเทศจำนวนมาก รวมถึงมีข่าวสารมากมายที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง ได้ส่งถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ในข่าวสารเหล่านั้นบางส่วนก็ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความตระหนกแตกตื่น เริ่มมีการกักตุนหน้ากากอนามัย และสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งไม่มีความจำเป็น

ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมขอย้ำว่ารัฐบาลไทยไม่เคยนิ่งนอนใจ จนถึงวันนี้ รัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ร่วมมือร่วมใจทำงาน ในการคัดกรองผู้ป่วยตามมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ มีการจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล และเวชภัณฑ์ทั่วประเทศ อย่างเพียงพอเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อและสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมถือว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขคือหัวใจสำคัญในการควบคุมการระบาดและรักษาโรค รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนและดูแลอย่างเต็มที่ทั้งอุปกรณ์ ความปลอดภัย และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

องค์การอนามัยโลกประเมินว่าการระบาดของโรคโควิด-19 จะเป็นการระบาดเป็นวงกว้าง โดยคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อ โดยงดกิจกรรมในสถานที่ที่มีการชุมนุมจำนวนมาก ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานบันเทิง สนามกีฬา และสถานศึกษา ยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มข้น

ขอบคุณที่มา : sanook

ประกาศเตือน

ประกาศเตือน 63 จังหวัด เตรียมรับมือ พายุถล่ม-ฝนตก-ลมแรง 15-18 มีนาคม

ประกาศเตือน 63 จังหวัด เตรียมรับมือ พายุถล่ม-ฝนตก-ลมแรง 15-18 มีนาคม 

“ปภ.” ประกาศเตือน 63 จังหวัดเตรียมรับมือ “พายุถล่ม ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง” 15-18 มีนาคม

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา และพิจารณาปัจจัยเสี่ยง พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน

อีกทั้งบริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

ขอบคุณที่มา : sanook

อนุทิน

อนุทิน เสนอสั่งปิดผับทั่วประเทศ ป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด ย้ำยังไม่เข้าระยะ 3

อนุทิน เสนอสั่งปิดผับทั่วประเทศ ป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด ย้ำยังไม่เข้าระยะ 3 

“อนุทิน” เตรียมเสนอคณะกรรมการโควิด-19 ออกคำสั่งปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสร้ายแบบกลุ่มก้อน

(14 มี.ค.63) นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้เตรียมเสนอมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อคณะกรรมการโควิด-19 แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. ทั้งการประกาศพื้นที่เขตติดต่อโรคร้ายแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นมาตรการทำให้การแพร่เชื้อลดน้อยลงมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังเสนอห้ามไม่ให้ชุมนุม,การเดินทาง และสถานบริการ โดยเฉพาะการจัดงานสงกรานต์ปีนี้ก็คงต้องเงียบและข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุขต้องเสียสละและสแตนด์บายเพื่อดูแลประชาชนมีภาวะติดเชื้อรวมทั้งงดกิจกรรมสันทนาการ กีฬา ดนตรี ผับ บาร์ หรือแหล่งรวมตัวผู้คน เพราะต้องยึดถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

นายอนุทินกล่าวว่า ระยะนี้คงมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดสถานบริการเช่น ผับ บาร์ ซึ่งผู้ป่วยที่มีไม่กี่คน ทำให้ต้องไปติดตามผู้เสี่ยงติดโรคกว่า 100 คน นำมาสืบสวนโรค เพื่อหยุดการระบาดของโรค จึงจำเป็นต้องปิด ผับ บาร์ เพราะได้ขอความร่วมมือไปแล้วแต่ก็ยังไปเที่ยวกันอย่างเต็มที่ จนทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วประเทศเพราะฉะนั้นจะต้องบังคับใช้

“เราจะสั่งปิดจนกว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้น เพราะปัญหาเกิดจากคนดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ถ้าใครจะด่าที่ทำให้อดเที่ยว ก็ต้องไปโทษกลุ่มคนพวกนี้” นายอนุทิน กล่าว

สำหรับมาตรการงดเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น หากมาจากประเทศที่ไทยประกาศว่าเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ต้องเข้ากระบวนการกักโรค 14 วัน ไม่ข้อยกเว้น หากไม่มีใบรับรองแพทย์สายการบินก็ไม่สามารถออกบอร์ดดิ้งพาสได้ และถ้ามาต่อเครื่องจะส่งกลับทันที

ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการนี้ได้ผลมากและได้ส่งผู้โดยสารกลับไปหลายคนแล้ว โดยในวันนี้ส่งกลับไปแล้ว 60 คน รวมทั้งควบคุมไม่ให้เดินไปช้อปปิ้ง ยืนยันว่าช่วงนี้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าขณะนี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ที่ต้องดำเนินการมาตรการเข้มข้นเนื่องจากไม่ต้องการให้คนไทยต้องเจอเหตุการณ์แบบยุโรป และป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วยจนไปถึงสถานการณ์ที่ต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่หรือใครตาย

ขอบคุณที่มา : sanook

พี่ชายใช้ปืน

พี่ชายใช้ปืน ยิงน้องชายดับ หลังขัดแย้งปมแย่งที่ดินมรดก แม่รู้ข่าวร่ำไห้จนเป็นลม

พี่ชายใช้ปืน ยิงน้องชายดับ หลังขัดแย้งปมแย่งที่ดินมรดก แม่รู้ข่าวร่ำไห้จนเป็นลม 

พี่ชายใช้ปืน ยิงน้องชายดับเหตุปมที่ดิน เกิดเหตุพี่ชายใช้อาวุธปืนยิงน้องชายเสียชีวิต หลังมีความขัดแย้งที่ดินที่ทางมารดาได้มีการแบ่งให้ แต่ทางน้องชายต้องการที่ครอบครองคนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 มี.ค.) พ.ต.อ.ยุทธการ โสเมือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณไร่มันสำปะหลัง ริมถนนโคกสูง-นางาม บ้านนางาม ตำบลนางาม ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนหงายอยู่ริมไร่มันสำปะหลัง บริเวณศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือนายชาญศักดิ์ อายุ 35 ปี ใกล้กันพบปลอกกระสุน 3 ปลอก

และพบปืนลูกซองสั้นไยประดิษฐ์ของผู้เสียชีวิตตกอยู่ข้างตัว ส่วนผู้ก่อเหตุยิงคือ นายยอดชาย อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นชายของผู้เสียชีวิต

ขอบคุณที่มา : sanook

ไล่ไทม์ไลน์แก๊งคนไทย

ไล่ไทม์ไลน์แก๊งคนไทย 11 คน ติดเชื้อโควิด-19 ดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ร่วมกัน

ไล่ไทม์ไลน์แก๊งคนไทย 11 คน ติดเชื้อโควิด-19 ดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ร่วมกัน 

เปิดเส้นทางผู้ติดเชื้อใหม่โควิด-19 11 ราย หลังจากนัดพบเพื่อนฮ่องกงแล้วป่วย ยังออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน

จากกรณีนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงวันนี้ (12 มี.ค.) ระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 11 ราย ซึ่งออกไปสังสรรค์กับเพื่อนที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย โดยเที่ยวสังสรรค์กันเป็นกลุ่มเพื่อนคนไทยและชาวฮ่องกงรวม 15 คน นั้น

ล่าสุด ทวิตเตอร์กระทรวงสาธารณสุข ได้ลำดับเหตุการณ์ของกลุ่มผู้ป่วยติดโรคโควิด-19 ทั้ง 11 คน ดังนี้ พบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อน 11 ราย ทั้งหมดเป็นคนไทย อายุ 25–38 ปี เป็นการค้นพบจากการขยายการคัดกรองการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน

21 ก.พ.63 – ได้พบปะกลุ่มเพื่อน นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวเมืองไทย
25 ก.พ.63 – เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอ
27 และ 29 ก.พ.63 – ในขณะที่มีอาการป่วยอยู่นั้นได้นัดสังสรรค์กับเพื่อนสนิทอีก 2 ครั้ง โดยมีพฤติกรรมดื่มสุราแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน
4 มี.ค. 63 – ผู้ร่วมสังสรรค์เริ่มทยอยป่วย 7 คนเข้ารับการรักษาที่ รพ. โดยตรวจพบการติดเชื้อ 11 คนจากทั้งหมด 15 คน (รวมผู้ป่วย) เป็นชาย 5 คน หญิง 6 คน ช่วงอายุ 25–38 ปี ในจำนวนนี้มี 4 คนที่ไม่ป่วยและไม่ติดเชื้อ ทั้งหมดให้ประวัติว่าไม่ได้ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ร่วมกับกลุ่มเพื่อน
12 มี.ค.63 – กระทรวงสาธารณสุข แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 11 ราย ทั้งหมดเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
ทั้งนี้ ได้ติดตามครอบครัวและเพื่อนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มสังสรรค์เบื้องต้น 70 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการครั้งแรกไม่พบเชื้อ จึงไม่พบหลักฐานว่าเกิด super spreading เป็นการติดเชื้อในกลุ่มเพื่อนสนิท ยังไม่ออกนอกกลุ่ม

ขอบคุณที่มา : sanook